วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พืชกินแมลง-ตอนที่2"ต้นกาบหอยแครง"

"กาบหอยแครง (Venus Flytraps)"

ชื่อวิทยาศาสตร์ “Dionaea” ได้รับการตั้งชื่อจากศัพท์ภาษากรีก “Dione” ซึ่งเป็นมารดา
ของเทพเจ้ากรีกแห่งความงาม และความรัก (Aphrodite) ชื่อ “muscipula” แปลว่า
“กับดักหนู” เป็นเพราะความผิดพลาดของผู้ตั้งชื่อเอง คำว่า“กับดักแมลง” สะกดว่า
“miscicipula” ไม่ใช่ “muscipula” เราจัดกาบหอยแครง
ให้เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับพืชกลุ่มหยาดน้ำค้าง (Droseraceae)


"กาบหอยแครง"------------------------------ฺฺ"หยาดน้ำค้าง"

ทั่วไป:
พืชกินแมลงชนิดนี้ เป็นพืชกินแมลงที่คนรู้จักมากที่สุดเพราะมีกับดัก ที่สามารถงับแมลงได้อย่างว่องไว
ทุกๆ ปี จะมีคนซื้อต้นกาบหอยแครงเป็นจำนวนมาก หลายๆคน ซื้อต้นไม้ชนิดนี้เพราะเป็น"กับดักแมลง
ที่มีชีวิต"


ถิ่นกำเนิด:
ต้นกาบหอยแครงมีถิ่นกำเนิด บริเวณระยะ 60 ไมล์รอบๆ Wilmington (ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ
นอร์ทแคโรไลน่า และบางส่วนของเซาท์แคโรไลน่า)ต้นกาบหอยแครงจะขึ้นอยู่บริเวณป่าพรุและหนองน้ำ
ที่มีอากาศอบอุ่น ซึ่งฤดูหนาว
ไม่หนาวมากนักและไม่ค่อยมีหิมะตก

พัฒนาการของต้นกาบหอยแครง:
เมื่อโตเต็มที่ลักษณะคล้ายดอกไม้บาน โดยซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-11 นิ้ว (ประมาณ 15-30
เซนติเมตร)

กาบ:
ตามปกติกาบจะมีขนาด 1 ? นิ้ว (3.2 ซม.) บางต้นที่มีอายุมากและอยู่ในสภาพที่เหมาะสม สามารถมีกาบ
ขนาดเกือบ 2 นิ้ว (5 ซม.) ใบแบ่งเป็นสองส่วนโดยกับดัก (พร้อมซี่ฟันปลาประมาณ 15-20 อัน) เนื่องจาก
ผลของความแตกต่างทางพันธุกรรม
และปริมาณแสงที่ได้รับ ต้นกาบหอยแครงจึงมีสีสันแตกต่างกันไป
คุณอาจจะเห็น ต้นที่สีเหลืองเขียว (พันธุ์ Yellow) ไปจนถึงสีแดงเข้มเกือบจะสีน้ำตาล (พันธุ์ Dark Red
หรือRed Dragon)คุณก็อาจจะพบพืชที่สีเขียวล้วนโดยไม่มีสีอะไรเลย(Dionaea muscipula “hetradoxa”)
โดยทั่วไปกาบจะสีเขียวและจะต้องได้แสงที่เพียงพอ จึงจะพบสีแดง (ด้านในกาบ)



บางพันธุ์อาจมีลักษณะซี่ฟันที่แตกต่างกันไป: พันธุ์ที่มีฟันสั้นมากๆ ถูกตั้งชื่อว่าDentataและบางพันธุ์ที่
ซี่ฟันโตรวมกันขึ้นมาเรียกชื่อว่า Sawtoothขอบใกล้กับฟันจะมีแถบเล็ก ๆ ซึ่งเป็นส่วนผลิตน้ำหวานเพื่อ
ดึงดูดแมลงให้เข้า
มากิน ใต้ขอบลงไปจะพบขน 3-4 เส้นกระจายอยู่ภายในกาบแต่ละข้าง ขนพวกนี้จะ
ตอบสนองต่อความรู้สึกเพื่อให้กาบงับแมลง
เพื่อการจับเหยื่อ จะต้องมีการสัมผัสขนเหล่านี้ตั้งแต่ 2 เส้น
ขึ้นไป (อาจจะด้านละเส้นหรือด้านละ 2 เส้นก็ได้) ภายใน 20 วินาที เพราะเมื่อขนเหล่านี้โก่งงอ สนาม
ไฟฟ้า (การเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟ้าของผนังเซลล์จาก -160mV เป็น -50mV)เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่
ของประจุไอออนแคลเซียม กระบวนการงับจะเสร็จภายในเวลา 1/20 วินาที ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
หากสภาพแวดล้อม (อุณหภูมิและความชื้น) ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้การงับช้าลงมาก
หากเหยื่อมี
โปรตีนอยู่จะไปกระตุ้นตัวรับโปรตีน ตอนนี้จะมีการสร้างน้ำย่อยซึ่งมีเอ็นไซม์พิเศษออกมา กาบจะแคบลง
และปิดลงในที่สุด (แมลงที่ตัวอ่อนจะถูกรีดจนแบน) ส่วนที่มีประโยชน์จะถูกย่อยและดูดซึมกลับโดยต่อม
ในกาบ หลังจากย่อยแล้วกาบจะเปิดออกอีกครั้ง การย่อยจะใช้เวลา
เนื่องจากการจับเหยื่อและการย่อยสลายเป็นเรื่องยากลำบาก
หลังจากการพยายามจับเหยื่อ ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 2 สัปดาห์
ขึ้นอยู่กับขนาดของเหยื่อ (โดยปกติใช้เวลา 3-5 วัน) 7-10 ครั้ง
หรือ การย่อยอาหาร 2-3 ครั้งตัวกาบก็จะตายไป หากเหยื่อมีขนาด
เล็กเกินไปจนสามารถหนีรอดออกจากฟันของกาบได้ เมื่อขน ซึ่ง
อยู่ภายในไม่ได้สัมผัสอีก กาบก็จะเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง (โดยปกติ
ประมาณ 24 ชั่วโมง) และหากเหยื่อมีขนาดใหญ่เกินไป (ประมาณ ?
ของกาบหรือใหญ่กว่าขนาดกาบ) เชื้อราจะเข้ามาเล่นงานทั้งเหยื่อ
และกาบท้ายที่สุดกาบก็จะตายไป



ใบ:
โครงสร้างของใบจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล

ปลายฤดูใบไม้ผลิ/เริ่มฤดูร้อน: ต้นจะผอม ก้านจะยาวและชูขึ้นไปบนอากาศ จากโคนใบ ถึง
ปลายกาบอาจยาวถึง 7 นิ้ว (18 ซม.) บางครั้งต้นที่เพาะเลี้ยงอาจไม่สร้างใบแบบฤดูร้อน(แม้จะมีแสงแดด
มากก็ตาม)

ในฤดูกาลอื่นๆ:
ใบ (รวมถึงกาบ) จะยาวประมาณ 4 นิ้ว (10 ซม.) ช่วงใบจะมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ
และกว้างประมาณ 1 นิ้ว





ดอก:
ดอกของกาบหอยแครง จะออกในช่วงเดือนมีนาคม
ถึงเดือนกรกฎาคม
ก้านดอกสูงขึ้นไปประมาณ
12 นิ้ว(5-16 นิ้ว; 13-40 ซม.) ดอกของมัน
(เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว) มีสีขาวและ
มี 5 กลีบ น้อยมาก ที่ดอกจะบานมากกว่า 2 ดอก
พร้อมๆ กันในก้านเดียว (จากทั้งหมด 3-10 ดอก)
หากจะผสมเกสร เพื่อเก็บเมล็ด คุณจะต้องมีต้น
2 ต้นที่มีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน มีเพียงบางโคลน
(Clones)เท่านั้นที่จะสามารถผสมในดอกเดียวกัน
ได้ ฝักของมันจะบรรจุเมล็ดจำนวนมากไว้ภายใน

ข้อสังเกต: การออกดอกจะทำให้ต้นโทรมมาก (ผลผลิตของต้น เช่นสร้างกาบที่เล็กลง) ดังนั้นควร
ตัดก้านดอกออก เพราะการขยายพันธ์ด้วยการ
ชำใบ ทำได้ง่ายกว่ามาก







ระบบราก:
ต้นกาบหอยแครงมีเหง้าที่อยู่ใต้พื้นดิน ซึ่งจะอยู่ที่ความลึกประมาณ 4-6 นิ้ว (10-15 ซม.)



ข้อมูลจาก : http://cep.kucomsci18.in.th/art002/art002.htm



การปลูกและการดูแล :



การเลี้ยงไม่ยากครับ ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเค้า จัดสภาวะแวดล้อมของเค้าให้ถูกต้อง เค้าก็จะไม่งอแง
เลยครับการเลี้ยงไม่เหมือนกันต้นกระบองเพชรเลยครับผม กระบองเพชรเค้าอยู่ในทราย แต่ เจ้ากาบเนี่ย
ใช้ พีทมอส หรือ สแปกนัมพีทมอส ในการปลูกครับ บางรายก็จะใช้พีทมอส 70% ผสมกับเพอไลท์ 30%
เพราะ!!!! เจ้ากาบ เค้าไม่ชอบแร่ธาตุเท่าใดนัก โดยเฉพาะเกลือแร่ครับ ส่วนปุ๋ยห้ามให้เค้าเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยเม็ด หรือ ปุ๋ยใดๆ ก็ตาม เพราะเค้าจับแมลงกินของเค้าเอง
ครับ

ส่วนการให้น้ำ
ห้ามใช้วิธีการรดน้ำ ให้ใช้จานรองน้ำวางไว้ใต้กระถางแล้วเติมน้ำลงไป
ครับ ที่สำคัญ
ห้ามให้เครื่องปลูกแห้งโดยเด็ดขาด อุณหภูมิที่เค้าชอบจะอยู่ที่ 21-30 องศาครับ เจ้ากาบเนี่ยทนอุณหภูมิ
ได้ไม่เกิน 37องศา เกิน 2 อาทิตย์ครับ และเค้าก็ชอบความชื้นพอสมควรแต่ไม่ควรชื้นจนเกินไปเพราะ
จะทำให้ราขึ้นครับ

ส่วนเรื่องแสง
เค้าเป็นพืชที่ชอบแดดจัดครับ เว้นตอนกลางวันบ้านเราแดดอาจแรงจนเกินไป ก็หา
อะไรมาบังให้เค้าหน่อย และ กระถาง ห้าม!! ใช้กระถางดินเผาเด็ดขาด ให้ใช้เป็นพลาสติกจะดีที่สุดครับ
พอเราจัดสภาวะเค้าเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเครื่องปลูกเลยครับ เพราะเค้าไม่ชอบให้รบกวน
ระบบราก หรือพูดง่ายๆ คือ ประมาณ ปีครึ่ง-2ปี ค่อยเปลี่ยนเครื่องปลูกให้เค้าครับ เหมือนจะเลี้ยงยาก
ใช่ไหมครับแต่ถ้าเราเข้าใจเค้า เค้าจัดว่าเป็นพืชกินแมลงที่ดูแลง่ายมากๆ เลยครับ



ข้อมูลจาก : http://www.thaiscooter.com/forums/archive/index.php/t-343816.html



"ภาพสวยๆ ของ กาบหอยแครง"








"กาบหอยแครงในธรรมชาติ"









8 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2553 02:54

    ผมก็มีคับขอบคุณ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ25 มกราคม 2554 04:53

    ดีมากเลยคะได้ข้อมูลเยะมากกับภาพสวยๆ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ6 กุมภาพันธ์ 2554 03:54

    สอบถามวิธีการเลี้ยงกาบหอยแครงที่ซื้อมาตอนงานเกษตรฯค่ะ

    ซืีอมาในงานเกษตรฯเมื่อวันที่ 2/2/54 ค่ะ

    รดนำให้มันทุกวัน + เอาไปวางตรงระเบียงตอนเช้าทุกวันตามที่คนที่ขายแนะนำมา

    แต่มันเหมือนจะเริ่มตายเลยค่ะส่วนของยอดใบและส่วนที่เป็นปากหอยแครงมันเริ่มดำและค่อยๆลามค่ะ

    ไม่ทราบว่าดูแลผิดวิธีตรงไหนรึเปล่าค่ะ

    ให้น้ำมากหรือน้อยไป?

    แดดมากหรือน้อยไป?

    ตอนนี้ต้องทำยังไงเพื่อดูแลให้มันดีขึ้นค่ะตอนนี้ร้อนใจมากๆเลยค่ะ


    รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ให้น้ำเยอะไปครับ + โดนแดดเต็ม ๆ หรือปล่าวครับ ?
      วิธีแก้คือ..
      1.รดน้ำ 1 ครั้ง เว้น 2 วัน วันที่ 3 รดน้ำ ทำไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สำคัญ (ควรให้น้้าโดยใช้จานรอง)
      2.ใช้ตาข่ายกรองแดดด้วย อย่าให้ต้นกาบโดนแดดเต็ม ๆ มันจะร้อนเกินไปจนทนไม่ได้ครับ ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิได้ครับ

      ลบ
  4. ถ้าไม่ใช้ตาข่ายช่วงบ่ายๆ เอาไปวางที่โดนแดดรำไรได้ไหมคะ?

    ตอบลบ
  5. ถ้าไม่ใช้ตาข่ายช่วงบ่ายๆ เอาไปวางที่โดนแดดรำไรได้ไหมคะ?

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ21 สิงหาคม 2560 23:01

    ที่เลี้ยง พอมันดักแมลงได้ ประมาณสามวันกาบก้เริ่มเน่า เกิดจากอะไรครับ

    ตอบลบ
  7. ขอสอบถามหน่อยค่า เพิ่งเพาะเมล็ดขึ้นค่ะ อยากทราบวิธีย้ายต้นอ่อนลงกระถางค่ะ แยกต้นอ่อนออกจากกันยังไงหรอคะ วิธีดูว่าพร้อมย้ายลงกระถางต้องเริ่มขึ้น4-5ใบรึเปล่าคะ

    ตอบลบ